การดูแล

“เบาหวาน” ป้องกัน-บรรเทาได้…. เริ่มที่ “ใจ” คุณ

“เบาหวาน” หนึ่งในโรคสำคัญของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) ที่กำลังบั่นทอนชีวิตและสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบัน จากสถานการณ์ผู้ป่วยเบาหวานที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่ององค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปี พ.ศ. 2573 ทั่วโลกจะมีผู้ป่วยเบาหวานถึง 552 ล้านคน สำหรับในประเทศไทย สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานเมื่อปี 2555 พบผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 3.5 ล้านคน แต่มีถึง 1.1 ล้านคน ไม่ทราบว่าตนเองป่วย และไม่สามารถควบคุมได้ 1.7 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะพบผู้ป่วยถึง 4.7 ล้านคน เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 52,800 คน

เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes, non-insulin dependent diabetes) เป็นเบาหวานชนิดที่พบมากที่สุด เกิดจากการที่ร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) เบาหวานชนิดที่ 2 นี้ จะค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ โดยผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใด ๆปัจจัยซ้ำเติมที่มีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดนี้ ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ/ไม่ดีต่อสุขภาพ บริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม มากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ฯลฯ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะสามารถช่วยป้องกันการเกิดผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ และช่วยให้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานแล้วสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ สำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ขอแนะนำว่าควร “เริ่มต้นที่ใจ” โดยปฏิบัติตามเทคนิคง่าย ๆ ได้ดังต่อไปนี้

1. กำหนดเป้าหมาย มีกำหนดเป้าหมายและกระบวนการในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ชัดเจนอย่างตั้งใจจริง โดยค่อย ๆ ลดพฤติกรรมที่ไม่ดีและเพิ่มพฤติกรรมที่ดี เช่น หากต้องการลดน้ำหนัก ก็ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะลดการดื่มน้ำอัดลมให้เหลือไม่เกิน 1 กระป๋อง/วัน จะออกกำลังกายโดยการวิ่งวันละ ครึ่งชั่วโมง 3 วัน/สัปดาห์ จะรับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้นในทุกมื้ออาหาร เป็นต้น

2. พยายามจนกลายเป็นนิสัย เชื่อมั่นในตนเองและระลึกไว้เสมอว่า“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ตามทฤษฎีนิสัยใน 21 วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr.Maxwell Maltz กล่าวว่า หากเราต้องการเสริมสร้างนิสัยที่ต้องการ ให้ใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาที/วัน กระทำสิ่งนั้นซ้ำๆอย่างต่อเนื่องจริงจังทุกวันเป็นเวลา 21 วัน ก็จะสามารถสร้างนิสัยใหม่ที่เราต้องการได้ วิธีการนี้สามารถนำมาใช้ได้กับหลากหลายเรื่อง เช่น เรื่องการออกกำลังกายไปจนถึงเรื่องการปรับทัศนคติ

3. ใส่ใจเรื่องอารมณ์ การจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ความเบื่อหน่าย ท้อแท้ หมดกำลังใจ ฯลฯ อาจเกิดขึ้นได้เสมอในขณะที่เราพยายามปรับพฤติกรรมสุขภาพ หากเกิดอารมณ์/ความรู้สึกในเชิงลบขึ้น ให้สูดลมหายใจลึก ๆ คิดถึงความสำเร็จและสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับหากก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้

4. คลายเครียดอย่างเหมาะสม ความเครียดเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อสุขภาพ จึงควรเลือกวิธีการจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เช่น การทำงานอดิเรก ฟังเพลง ท่องเที่ยว ปลูกต้นไม้ ฯลฯ หรือเลือกใช้วิธีคลายเครียดด้วยตนเองของกรมสุขภาพจิต เช่น การนวดคลายเครียด การทำสมาธิ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

5. ชื่นชมตนเอง การให้กำลังใจตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ชื่นชมทุกความสำเร็จและทุกความพยายามของตนเองไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม จะเป็นการช่วยเติมไฟและพลังใจให้สดใสอยู่เสมอ